คู่มือการจัดถวาย
น้ำปานะแด่พระสงฆ์อาพาธ
ตามหลักพระธรรมวินัย บูรณาการกับหลักโภชนาการ สุขาภิบาลอาหาร และแผนการรักษา
วงกาลิก: กาล และ วิกาล
อาหารฉันได้ตั้งแต่อรุณขึ้นถึงเที่ยงวัน ส่วนน้ำปานะเป็น ยามกาลิก รับประเคนแล้วฉันได้ชั่ววันหนึ่งกับคืนหนึ่ง คือถึงก่อนอรุณของวันใหม่
คำนำ
น้ำปานะในพระพุทธศาสนา มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลจนถึงยุคปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหลักการและแนวคิดของน้ำปานะในคัมภีร์พระพุทธศาสนา และเพื่อศึกษาวิวัฒนาการของน้ำปานะ
จากการศึกษาพบว่า ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตน้ำปานะ ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ทำจากผลไม้ ใบไม้ หรือดอกไม้ เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ใช้ดื่มดับกระหายและบรรเทาความหิวในเวลาวิกาล โดยมีหลักเกณฑ์และข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระธรรมวินัย เช่น ชนิดของวัตถุดิบ วิธีการทำ และการฉัน
เมื่อกาลเวลาผ่านไป น้ำปานะได้มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปตามบริบทของสังคม เทคโนโลยี และความหลากหลายของเครื่องดื่มในปัจจุบัน ซึ่งมีทั้งเครื่องดื่มที่สามารถอนุโลมจัดเป็นน้ำปานะได้ และเครื่องดื่มที่ยากต่อการวินิจฉัย การทำความเข้าใจถึงหลักการเดิมของน้ำปานะจึงมีความสำคัญในการพิจารณาเครื่องดื่มต่าง ๆ
การพิจารณาน้ำปานะควรประกอบด้วย ๔ มิติ
ความถูกต้องตามพระธรรมวินัย
ชนิด ส่วนประกอบ วิธีเตรียม และประเภทกาลิกต้องไม่ขัดต่อพุทธานุญาต
ความเหมาะสมด้านโภชนาการ
ปริมาณน้ำตาล พลังงาน และสารอาหารที่เหมาะกับผู้ฉันแต่ละรูป
ความปลอดภัยด้านอาหารและเครื่องดื่ม
คุณภาพวัตถุดิบ สุขลักษณะการผลิต ภาชนะ และการเก็บรักษา
ความเหมาะสมกับภาวะสุขภาพของพระสงฆ์อาพาธ
โรคประจำตัว แผนการรักษา และข้อจำกัดเฉพาะราย
คู่มือนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางสำหรับบุคลากรสาธารณสุข ผู้ถวาย ผู้ประกอบอาหาร และผู้เกี่ยวข้องในการจัดเตรียมน้ำปานะแด่พระสงฆ์ โดยบูรณาการหลักพระธรรมวินัยเข้ากับหลักสุขาภิบาลอาหารและการดูแลสุขภาพ เพื่อให้การถวายเป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย และสอดคล้องกับบริบทของพระสงฆ์ โดยเฉพาะพระสงฆ์อาพาธในโรงพยาบาล
โรงพยาบาลสงฆ์ กรมการแพทย์
ความสำคัญของการจัดถวายน้ำปานะ
การจัดถวายน้ำปานะแด่พระสงฆ์อาพาธ เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพพระสงฆ์ที่มีความสำคัญทั้งในด้านการส่งเสริมสุขภาพ การบรรเทาอาการเจ็บป่วย และการอุปัฏฐากด้วยความเคารพ ทั้งนี้ การจัดถวายแก่พระสงฆ์มิได้พิจารณาเฉพาะคุณค่าหรือประโยชน์ทางสุขภาพของเครื่องดื่มเท่านั้น แต่จำเป็นต้องคำนึงถึงพระธรรมวินัยและข้อกำหนดเกี่ยวกับอาหารและปานะ เพื่อให้การถวายเป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม และไม่เป็นเหตุให้พระสงฆ์ต้องอาบัติ
ตามพระวินัย ปานะบางประเภทพระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระภิกษุรับประเคนและฉันได้ในช่วงเวลาวิกาล โดยมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับชนิด ส่วนประกอบ วิธีการจัดเตรียม และช่วงเวลาที่สามารถฉันได้ ดังนั้น การจัดถวายน้ำปานะแด่พระสงฆ์อาพาธจึงควรพิจารณาอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การคัดเลือกชนิดของปานะ ส่วนประกอบและวิธีการปรุง การบรรจุและการเก็บรักษา การประเคน ตลอดจนช่วงเวลาที่ถวายและฉัน โดยเฉพาะในกรณีที่พระสงฆ์อาพาธและได้รับการรักษาทางการแพทย์ จำเป็นต้องคำนึงถึงข้อจำกัดด้านสุขภาพและแผนการรักษาร่วมด้วย
โครงสร้างคู่มือ ๖ หมวด
การจัดน้ำปานะแด่พระสงฆ์อาพาธในโรงพยาบาลเป็นกระบวนการที่ต้องบูรณาการองค์ความรู้ด้านพระธรรมวินัย โภชนาการ การแพทย์และการพยาบาล และหลักสุขาภิบาลอาหาร เข้าด้วยกัน เพื่อให้พระสงฆ์อาพาธได้รับเครื่องดื่มที่มีความเหมาะสม ปลอดภัย และเอื้อต่อการฟื้นฟูสุขภาพ โดยไม่ขัดต่อข้อกำหนดแห่งพระธรรมวินัย การดำเนินการจึงควรเริ่มจากการทำความเข้าใจความหมายและหลักการพื้นฐานของน้ำปานะ ตลอดจนข้อกำหนดตามพระวินัยเกี่ยวกับชนิดของปานะ ช่วงเวลาที่สามารถถวายและฉันได้ รวมถึงวิธีการถวายที่ถูกต้อง
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับน้ำปานะ
๑.๑ความหมายของน้ำปานะ
“ปานะ” หมายถึง เครื่องดื่มหรือน้ำสำหรับดื่ม โดยในบริบทพระวินัยหมายถึงเครื่องดื่มที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุฉันได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยเฉพาะน้ำที่คั้นจากผลไม้และพืชบางประเภท น้ำปานะมีความสัมพันธ์กับหลักการจำแนกอาหารและเครื่องดื่มตาม “กาลิก” ซึ่งกำหนดช่วงเวลาที่ภิกษุสามารถรับประเคนและฉันได้
พระวินัยปิฎก มหาวรรค กล่าวถึงการอนุญาตน้ำปานะ ๘ ชนิด หรือที่นิยมเรียกว่า “อัฏฐบาน” ได้แก่ น้ำมะม่วง น้ำหว้าหรือน้ำชมพู่ น้ำกล้วยมีเมล็ด น้ำกล้วยไม่มีเมล็ด น้ำมะซาง น้ำลูกจันทน์หรือองุ่น น้ำเหง้าอุบล และน้ำมะปรางหรือลิ้นจี่ และพระวินัยยังกล่าวถึงการอนุญาตน้ำผลไม้ประเภทต่าง ๆ น้ำใบไม้ น้ำดอกไม้ และน้ำอ้อยสด ภายใต้ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง จึงควรทำความเข้าใจน้ำปานะในลักษณะ “ประเภทของสิ่งที่พระวินัยอนุญาต” มากกว่าการจำกัดความหมายเฉพาะเครื่องดื่ม ๘ ชนิดเท่านั้น
ผลไม้ใหญ่ (มหาผล) ๙ ชนิด จำพวกผลไม้ที่ทำกับข้าว ได้แก่ ลูกตาล มะพร้าว ขนุน สาเก (“ลพุช” แปลกันว่า สาเก บ้าง ขนุนสำมะลอ บ้าง) น้ำเต้า ฟักเขียว แตงไทย แตงโม ฟักทอง และ อปรัณณะ เช่น ถั่วเขียว ท่านจัดอนุโลมเข้ากับธัญผล เป็นของต้องห้ามด้วย
ส่วน มะซาง เป็นพืชที่มีข้อจำกัด ซึ่งน้ำดอกมะซางนั้นต้องห้าม ส่วนน้ำผลมะซางจะฉันล้วน ๆ ไม่ได้ ต้องผสมน้ำจึงจะควร ทั้งนี้เพราะกลายเป็นของเมาได้ง่าย
อ้างอิงจาก พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ — สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต), พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต), พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)
๑.๒ความสำคัญของน้ำปานะ
การฉันน้ำปานะช่วยให้พระสงฆ์ได้รับน้ำและสารอาหารในช่วงเวลาที่ไม่สามารถฉันอาหารได้ตามปกติ โดยเฉพาะในช่วงหลังเที่ยงวัน ทั้งนี้ การจัดน้ำปานะสำหรับพระสงฆ์อาพาธควรคำนึงถึงสภาวะสุขภาพร่วมด้วย เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะกลืนลำบาก ดังนั้น น้ำปานะที่เหมาะสมควรพิจารณาร่วมกับความเหมาะสมกับโรคและแผนการรักษาของแพทย์
ข้อจำกัดที่พึงทราบ
หลักพระธรรมวินัยเกี่ยวกับน้ำปานะ
๒.๑หลักกาลิก ๔
การจัดน้ำปานะควรเริ่มต้นจากความเข้าใจเรื่อง กาลิก ๔ ได้แก่
| กาลิก | ความหมาย | ตัวอย่าง | ช่วงเวลาที่ฉันได้ |
|---|---|---|---|
| ๑. ยาวกาลิก | ของที่ฉันได้ในช่วงเวลาที่กำหนดของวัน | อาหาร | อรุณขึ้น – เที่ยงวัน |
| ๒. ยามกาลิก | ของที่ฉันได้ชั่ววันหนึ่งกับคืนหนึ่ง | น้ำปานะ | ถึงก่อนอรุณของวันใหม่ |
| ๓. สัตตาหกาลิก | ของที่รับประเคนแล้วเก็บไว้ฉันได้ภายใน ๗ วัน | เภสัช ๕ | ภายใน ๗ วัน |
| ๔. ยาวชีวิก | สิ่งที่ใช้เป็นยาได้ตลอดชีวิตตามหลักพระวินัย | ยา | ไม่จำกัดเวลา |
พระไตรปิฎกอธิบายว่า น้ำปานะ ๘ จัดเป็น ยามกาลิก ซึ่งแตกต่างจากอาหารที่เป็นยาวกาลิก และเภสัช ๕ ที่เป็นสัตตาหกาลิก หลักการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดบริการในโรงพยาบาล เพราะบุคลากรต้องสามารถแยกให้ได้ว่าเครื่องดื่มชนิดใดจัดเป็นน้ำปานะ เครื่องดื่มชนิดใดมีส่วนประกอบที่เปลี่ยนประเภทของกาลิก และสิ่งใดไม่ควรนำมาถวายพระในเวลาวิกาล
ประเภทของน้ำปานะ
๓.๑หลักการเกี่ยวกับน้ำปานะตามพระธรรมวินัย
พระวินัยปิฎก มหาวรรค ภาค ๒ ใน เภสัชชขันธกะ เกณิยชฎิลวัตถุ กล่าวถึงพระพุทธานุญาตเกี่ยวกับน้ำปานะ โดยพระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตน้ำปานะ ๘ ชนิด และต่อจากนั้นทรงอนุญาตน้ำผลไม้ทุกชนิดภายใต้ข้อยกเว้น รวมถึงน้ำใบไม้ น้ำดอกไม้ และน้ำอ้อยสด ดังนั้น ในทางวิชาการจึงไม่ควรเข้าใจว่า “น้ำปานะที่พระสงฆ์ฉันได้มีเพียง ๘ ชนิด” ที่พระพุทธเจ้าทรงระบุไว้โดยตรง เพราะยังมีน้ำปานะประเภทอื่นที่ได้รับอนุญาตตามหลักพระวินัย
๓.๒การจำแนกประเภทน้ำปานะ
เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุข ผู้ถวาย และผู้จัดเตรียมน้ำปานะสามารถนำหลักพระธรรมวินัยไปประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้อง คู่มือนี้เสนอให้จำแนกน้ำปานะออกเป็น ๕ กลุ่มสำคัญ ดังนี้
กลุ่มที่ ๑ — น้ำปานะ ๘ หรืออัฏฐบาน
น้ำปานะ ๘ หรืออัฏฐบาน เป็นน้ำปานะที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตไว้โดยตรงในพระวินัยปิฎก ได้แก่
อ้างอิงจาก พระไตรปิฎกเล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎกเล่มที่ ๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มหาวรรค ภาค ๒ หน้า ๑๘๒ เกณิยชฏิลวัตถุ ว่าด้วยเกณิยชฎิลถวายน้ำอัฏฐบาน
๓.๓กลุ่มที่ ๒ — น้ำผลไม้ที่พระวินัยอนุญาต
หลักดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า น้ำปานะไม่ได้จำกัดเฉพาะผลไม้ ๘ ชนิดที่กล่าวไว้ข้างต้น แต่ยังครอบคลุมถึงน้ำผลไม้ประเภทอื่น ภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดตามพระวินัยด้วย จากพจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ อธิบายเพิ่มเติมว่า “น้ำผลไม้” หรือ ผลรส ครอบคลุมผลไม้ที่สามารถนำมาทำน้ำปานะได้ แต่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับผลธัญชาติและสิ่งที่จัดอยู่ในกลุ่มที่อนุโลมเข้ากับธัญชาติ ซึ่งไม่ควรนำมาถวายเป็นน้ำปานะในเวลาวิกาล
๓.๔กลุ่มที่ ๓ — น้ำใบไม้
น้ำใบไม้จึงเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่สามารถจัดอยู่ในประเภทน้ำปานะตามหลักพระวินัย แต่มีข้อยกเว้นที่ต้องนำมาพิจารณา คือ น้ำที่มีลักษณะเป็น “น้ำผักดอง” ไม่อยู่ในกลุ่มที่ได้รับอนุญาตดังกล่าว
๓.๕กลุ่มที่ ๔ — น้ำดอกไม้
จึงกล่าวได้ว่า น้ำดอกไม้เป็นอีกประเภทหนึ่งของปานะที่ได้รับพุทธานุญาต แต่มีข้อยกเว้นคือน้ำดอกมะซาง หากนำมาทำเป็นน้ำปานะต้องเจือน้ำ ไม่ควรฉันน้ำผลมะซางเข้มข้นโดยตรง เพราะมีโอกาสกลายเป็นของเมาได้ง่าย
๓.๖กลุ่มที่ ๕ — น้ำอ้อยสด
พระวินัยปิฎก มหาวรรค ระบุอย่างชัดเจนว่า เราอนุญาตน้ำอ้อยสด น้ำอ้อยสดจึงเป็นน้ำปานะอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับพุทธานุญาต และมีสถานะที่ควรแยกพิจารณาจากน้ำผลไม้ทั่วไป
ในการจัดน้ำอ้อยสำหรับพระสงฆ์ในปัจจุบัน ควรคำนึงถึงความสะอาดของวัตถุดิบ เครื่องคั้น ภาชนะ และการเก็บรักษา รวมทั้งข้อจำกัดด้านสุขภาพของพระสงฆ์อาพาธ เช่น พระสงฆ์อาพาธโรคเบาหวานจำเป็นต้องควบคุมปริมาณน้ำตาล
ต้องแยกประเด็น “พระวินัยอนุญาต” ออกจาก “เหมาะสมทางการแพทย์” เพราะแม้สิ่งหนึ่งจะไม่ขัดต่อพระวินัย แต่อาจไม่เหมาะสมกับผู้ป่วยบางรายได้
๓.๗ตารางสรุปการพิจารณาน้ำปานะตามพระวินัย
ค้นหาชนิดของเครื่องดื่ม หรือกรองตามสถานะ เพื่อดูหลักพระวินัยที่เกี่ยวข้อง
| ประเภท | หลักพระวินัย | ตัวอย่าง | สถานะเบื้องต้น |
|---|---|---|---|
| น้ำปานะ ๘ (อัฏฐบาน) | ทรงอนุญาตโดยตรง | มะม่วง หว้า กล้วย มะซาง องุ่น/ลูกจันทน์ เหง้าบัว มะปราง/ลิ้นจี่ | อนุญาต |
| น้ำผลไม้ | อนุญาตน้ำผลไม้ทุกชนิด แต่มีข้อยกเว้น | น้ำผลไม้ทั่วไป | อนุญาตภายใต้เงื่อนไข |
| น้ำจากธัญชาติ | มีข้อยกเว้น — เว้นน้ำต้มเมล็ดข้าวเปลือก | น้ำข้าว น้ำซาวข้าว เครื่องดื่มธัญพืช | ไม่ควรจัดเป็นปานะ |
| น้ำใบไม้ | อนุญาตทุกชนิด แต่ยกเว้นน้ำผักดอง | น้ำจากใบไม้ | อนุญาตภายใต้เงื่อนไข |
| น้ำดอกไม้ | อนุญาตทุกชนิด แต่ยกเว้นน้ำดอกมะซาง | น้ำจากดอกไม้ | อนุญาตภายใต้เงื่อนไข |
| น้ำอ้อยสด | ทรงอนุญาตโดยตรง | น้ำอ้อยสด | อนุญาตภายใต้หลักพระวินัย |
| น้ำผักดอง | ข้อยกเว้นที่ระบุตรงในพุทธานุญาตน้ำใบไม้ | น้ำผักดอง | ข้อยกเว้น |
| น้ำดอกมะซาง | ข้อยกเว้นที่ระบุตรงในพุทธานุญาตน้ำดอกไม้ | น้ำดอกมะซาง (มะทราง) | ข้อยกเว้น |
| น้ำผลมะซาง | ฉันล้วน ๆ ไม่ได้ ต้องผสมน้ำจึงจะควร เพราะกลายเป็นของเมาได้ง่าย | น้ำผลมะซางเจือน้ำ | ต้องเจือน้ำ |
| มหาผล ๙ และอปรัณณะ | ท่านจัดอนุโลมเข้ากับธัญผล เป็นของต้องห้าม | ลูกตาล มะพร้าว ขนุน สาเก น้ำเต้า ฟักเขียว แตงไทย แตงโม ฟักทอง ถั่วเขียว | ของต้องห้าม |
| นมและผลิตภัณฑ์จากนม | มีการกล่าวถึง “ปโยปานะ” ในคัมภีร์ จึงไม่ควรสรุปเหมารวมทั้งสองทาง | นมสด นมปรุงแต่ง นมถั่วเหลือง เครื่องดื่มนม | พิจารณารายกรณี |
| เครื่องดื่มผสมหลายชนิด | ตรวจสอบวัตถุดิบหลัก ส่วนประกอบที่เติม กรรมวิธี และลักษณะผลิตภัณฑ์ | น้ำผลไม้ผสมนม สมูทตี เครื่องดื่มถั่ว เครื่องดื่มสมุนไพร เครื่องดื่มสำเร็จรูป | พิจารณารายกรณี |
ตารางนี้สรุปจากพระวินัยปิฎก มหาวรรค และคำอธิบายในพจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ โดยเฉพาะข้อความใน วินย. ๕/๘๖/๑๒๓ · แถวที่เพิ่มจากตารางต้นฉบับได้แก่รายการข้อยกเว้นและรายการที่ต้องพิจารณารายกรณี ซึ่งอ้างอิงเนื้อความในหมวดที่ ๓ และ ๔ ของคู่มือฉบับเดียวกัน
๓.๘หลักการสำคัญในการนำไปใช้กับเครื่องดื่มในปัจจุบัน
ในปัจจุบันมีเครื่องดื่มจำนวนมากที่ไม่มีอยู่ในสมัยพุทธกาล เช่น น้ำผลไม้บรรจุขวด น้ำผลไม้สกัดเย็น น้ำสมูทตี เครื่องดื่มธัญพืช เครื่องดื่มสมุนไพร นม และเครื่องดื่มผสมต่าง ๆ ในการเตรียมน้ำปานะควรใช้หลักพิจารณาอย่างน้อย ๕ ประเด็น ได้แก่
วัตถุดิบ
ทำจากผลไม้ ใบไม้ ดอกไม้ อ้อย หรือวัตถุดิบประเภทใด
วิธีการเตรียม
คั้น กรอง ต้ม ปั่น หมัก หรือผ่านกระบวนการอื่น
ส่วนประกอบ
มีน้ำตาล เกลือ นม ธัญชาติ หรือวัตถุดิบอื่นผสมหรือไม่
ลักษณะของเครื่องดื่ม
เป็นน้ำสำหรับดื่ม หรือมีลักษณะเป็นอาหาร
เวลาและประเภทกาลิก
สามารถฉันในเวลาวิกาลได้หรือไม่ และมีเงื่อนไขตามพระวินัยอย่างไร
หลักการพิจารณาอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ควรถวาย
๔.๑อาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ควรถวายเป็นน้ำปานะ
การถวายน้ำปานะแด่พระสงฆ์จำเป็นต้องพิจารณาทั้งด้านพระธรรมวินัยและลักษณะของสิ่งที่ถวาย เนื่องจากพระวินัยปิฎกได้กำหนดประเภทของน้ำปานะและข้อยกเว้นบางประการไว้อย่างชัดเจน โดยพระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตน้ำปานะ ๘ ชนิด ได้แก่ น้ำปานะจากผลมะม่วง ผลหว้า ผลกล้วยมีเมล็ด ผลกล้วยไม่มีเมล็ด ผลมะทราง ผลจันทน์หรือองุ่น เหง้าบัว และผลมะปรางหรือลิ้นจี่ นอกจากนี้ยังทรงอนุญาตน้ำผลไม้ทุกชนิดโดยมีข้อยกเว้น น้ำใบไม้ทุกชนิดโดยมีข้อยกเว้น น้ำดอกไม้ทุกชนิดโดยมีข้อยกเว้น และน้ำอ้อยสด ตามที่ปรากฏในพระวินัยปิฎก มหาวรรค ภาค ๒ (วิ.ม. ๕/๘๖/๑๒๓)
ในปัจจุบันมีเครื่องดื่มหลายชนิดที่ไม่มีอยู่ในสมัยพุทธกาล เช่น เครื่องดื่มธัญพืช น้ำผลไม้ปั่น เครื่องดื่มผสม นมปรุงแต่ง และเครื่องดื่มสำเร็จรูป ดังนั้น การนำหลักพระวินัยมาใช้กับเครื่องดื่มสมัยใหม่ควรใช้ความระมัดระวัง และควรตรวจสอบส่วนประกอบและกระบวนการผลิตเป็นรายกรณี โดยเฉพาะรายการที่ไม่สามารถเทียบเคียงกับสิ่งที่ปรากฏในพระไตรปิฎกได้โดยตรง
๔.๒เครื่องดื่มที่มีธัญชาติหรือเมล็ดข้าวเป็นส่วนประกอบ
พระวินัยปิฎก มหาวรรค ระบุว่า พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตน้ำผลไม้ทุกชนิด เว้นน้ำต้มเมล็ดข้าวเปลือก ซึ่งเป็นข้อยกเว้นที่ปรากฏโดยตรงในพุทธานุญาตเกี่ยวกับน้ำปานะ (วิ.ม. ๕/๘๖/๑๒๓)
เนื่องจากมีเครื่องดื่มหลายชนิดที่ผลิตจากธัญชาติ เช่น น้ำข้าว เครื่องดื่มข้าว เครื่องดื่มธัญพืช และเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบจากเมล็ดธัญพืช จึงไม่ควรนำเครื่องดื่มเหล่านี้มาจัดเป็นน้ำปานะโดยอัตโนมัติ
๔.๓เครื่องดื่มที่มีนมและผลิตภัณฑ์จากนมเป็นส่วนประกอบ
เครื่องดื่มที่มีนมเป็นส่วนประกอบ เช่น นมสด นมปรุงแต่ง นมถั่วเหลือง เครื่องดื่มนม และเครื่องดื่มสูตรผสม ไม่ควรจัดประเภทว่าเป็น “น้ำปานะ” โดยอัตโนมัติเพียงพิจารณาจากลักษณะที่เป็นของเหลว เนื่องจากการจำแนกตามหลักพระธรรมวินัยจำเป็นต้องพิจารณาชนิดของวัตถุประสงค์ ส่วนประกอบ วิธีการเตรียม และบริบทของการถวายประกอบกัน
ประเด็นเกี่ยวกับนมปรากฏในคัมภีร์พระพุทธศาสนาและพระวินัยหลายแห่ง โดยมีการกล่าวถึง “ปโยปานะ” ซึ่งหมายถึงปานะที่เป็นน้ำนม และมีเรื่องเกี่ยวกับการถวายน้ำนมแก่พระสงฆ์ปรากฏในพระวินัย ดังนั้น จึงไม่ควรสรุปว่านมทุกชนิดเป็นของต้องห้าม หรือถือว่านมทุกชนิดเป็นน้ำปานะโดยอัตโนมัติ แต่ควรพิจารณาตามหลักพระวินัยและบริบทของสิ่งที่ถวายเป็นรายกรณี
สำหรับผลิตภัณฑ์นมสมัยใหม่ เช่น นมปรุงแต่ง นมถั่วเหลือง เครื่องดื่มนมรสต่าง ๆ หรือเครื่องดื่มสูตรผสม ซึ่งอาจมีน้ำตาล ธัญพืช ไขมัน สารปรุงแต่ง หรือส่วนประกอบอื่นเพิ่มเติม ควรตรวจสอบฉลากส่วนประกอบ กรรมวิธีการผลิต และลักษณะของผลิตภัณฑ์ก่อนนำมาถวาย รวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมกับภาวะสุขภาพของพระสงฆ์อาพาธ เช่น โรคเบาหวาน โรคไต หรือการแพ้อาหาร
๔.๔เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมหลายชนิด
ปัจจุบันเครื่องดื่มจำนวนมากมีส่วนผสมหลายชนิด เช่น น้ำผลไม้ผสม น้ำผลไม้ผสมนม เครื่องดื่มธัญพืช เครื่องดื่มถั่ว สมูทตี เครื่องดื่มสมุนไพร และเครื่องดื่มสำเร็จรูป เครื่องดื่มเหล่านี้ไม่ควรตัดสินจากชื่อทางการค้าเพียงอย่างเดียว เนื่องจากชื่อผลิตภัณฑ์ไม่ได้แสดงสถานะทางพระวินัยโดยตรง แต่ควรตรวจสอบอย่างน้อย ๔ ประเด็น ได้แก่
- ชนิดของวัตถุดิบหลัก
- ส่วนประกอบที่เติม
- กรรมวิธีการผลิตและการเตรียม
- ลักษณะของผลิตภัณฑ์
๔.๕เครื่องดื่มที่มีการปรุงแต่งน้ำตาลในปริมาณสูง
การเติมน้ำตาลในน้ำปานะควรพิจารณาทั้งด้านพระธรรมวินัยและด้านสุขภาพ โดยเฉพาะในพระสงฆ์อาพาธที่มีโรคเบาหวาน โรคอ้วน หรือมีภาวะที่จำเป็นต้องควบคุมปริมาณน้ำตาล หลักสำคัญคือ การมีรสหวานไม่ได้หมายความว่าเครื่องดื่มนั้นผิดพระวินัยโดยอัตโนมัติ แต่การเติมน้ำตาลจำนวนมากอาจไม่เหมาะสมทางโภชนาการสำหรับพระสงฆ์อาพาธบางราย
๔.๖หลักการสำคัญสำหรับบุคลากร
กล่าวคือ การใช้ชื่อว่า “น้ำผลไม้” “น้ำสมุนไพร” “เครื่องดื่มสุขภาพ” หรือ “น้ำปานะ” ไม่สามารถใช้เป็นหลักยืนยันได้ว่าเครื่องดื่มนั้นสามารถถวายพระสงฆ์ได้หรือไม่ จำเป็นต้องตรวจสอบวัตถุดิบ ส่วนประกอบ และวิธีการเตรียมก่อนทุกครั้ง
การจัดน้ำปานะแด่พระสงฆ์ควรยึดหลักพระธรรมวินัยเป็นพื้นฐาน โดยพระวินัยปิฎก มหาวรรค ได้กำหนดทั้งประเภทของน้ำปานะและข้อยกเว้นไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ น้ำปานะ ๘ ชนิด น้ำผลไม้ น้ำใบไม้ น้ำดอกไม้ และน้ำอ้อยสด ขณะเดียวกันยังมีรายการที่ต้องระมัดระวัง เช่น น้ำต้มเมล็ดข้าวเปลือก น้ำผักดอง และน้ำดอกมะทราง ซึ่งพระวินัยระบุเป็นข้อยกเว้นโดยตรง (วิ.ม. ๕/๘๖/๑๒๓)
สำหรับเครื่องดื่มสมัยใหม่ที่ไม่มีระบุไว้โดยตรงในพระไตรปิฎก ควรใช้หลักการพิจารณาเป็นรายกรณี โดยพิจารณาชนิดของวัตถุดิบ ส่วนประกอบ วิธีการเตรียม ลักษณะของเครื่องดื่ม ประเภทกาลิก และเวลาที่ฉันได้ร่วมกัน การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยให้การจัดน้ำปานะในโรงพยาบาลมีความถูกต้องตามพระธรรมวินัยและสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นระบบ
หลักการจัดเตรียมและเก็บรักษา
การจัดเตรียมน้ำปานะแด่พระสงฆ์ โดยเฉพาะพระสงฆ์อาพาธที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงความถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย ควบคู่กับหลักสุขาภิบาลอาหารและความปลอดภัยของผู้ป่วย
เนื่องจากน้ำปานะเป็นสิ่งที่นำมาถวายและฉันในช่วงเวลาที่แตกต่างจากอาหาร ดังนั้น การจัดเตรียมจึงต้องพิจารณาทั้งชนิดของวัตถุดิบ วิธีการเตรียม ส่วนประกอบ ภาชนะ การเก็บรักษา และเวลาที่ถวาย
๕.๑หลักการคัดเลือกวัตถุดิบ
การคัดเลือกวัตถุดิบเป็นขั้นตอนสำคัญในการควบคุมคุณภาพน้ำปานะ เนื่องจากคุณภาพของวัตถุดิบมีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค วัตถุดิบที่นำมาใช้ควรมีคุณภาพดี สด สะอาด ไม่เน่าเสีย ไม่ขึ้นรา และไม่มีสิ่งแปลกปลอม
๕.๒การตรวจสอบวัตถุดิบตามหลักพระธรรมวินัย
ก่อนนำวัตถุดิบมาจัดเตรียมเป็นน้ำปานะ ควรตรวจสอบว่าวัตถุดิบนั้นอยู่ในกลุ่มที่พระวินัยอนุญาตหรือไม่ โดยพิจารณาจากชนิดของวัตถุดิบและข้อยกเว้นที่ปรากฏในพระวินัย ดังนั้น ก่อนการเตรียมควรมีการตรวจสอบอย่างน้อย ๓ ประเด็น ได้แก่
ชนิดของวัตถุดิบ
พิจารณาว่าเป็นผลไม้ ใบไม้ ดอกไม้ อ้อย หรือวัตถุดิบประเภทอื่น
ข้อจำกัดตามพระวินัย
พิจารณาว่ามีข้อยกเว้นหรือข้อกำหนดเฉพาะหรือไม่
ส่วนประกอบเพิ่มเติม
พิจารณาว่ามีนม ธัญชาติ น้ำเชื่อม หรือส่วนประกอบอื่นที่อาจส่งผลต่อการจำแนก
๕.๓การเตรียมวัตถุดิบ
การเตรียมวัตถุดิบควรดำเนินการในพื้นที่ที่สะอาด มีการควบคุมสุขลักษณะของผู้ปฏิบัติงาน อุปกรณ์ และพื้นผิวสัมผัสอาหาร เพื่อลดโอกาสการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ สิ่งสกปรก และสารเคมี
การเตรียมน้ำปานะสำหรับถวายพระสงฆ์ โดยเฉพาะพระสงฆ์อาพาธในโรงพยาบาล ควรดำเนินการอย่างเป็นระบบตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบจนถึงการถวาย เพื่อให้ได้น้ำปานะที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย และเหมาะสมกับภาวะสุขภาพของพระสงฆ์ ทั้งนี้ควรคำนึงถึงความถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัยควบคู่กับหลักสุขาภิบาลอาหาร โดยเริ่มจากการคัดเลือกวัตถุดิบ ควรเลือกผลไม้หรือวัตถุดิบที่สด สะอาด มีคุณภาพ ไม่เน่าเสีย ไม่ขึ้นรา และสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ หากเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปควรตรวจสอบฉลาก ส่วนประกอบ วันผลิต วันหมดอายุ และเงื่อนไขการเก็บรักษาก่อนนำมาใช้
ขั้นตอนการเตรียมน้ำปานะ
๕.๔การบรรจุและการติดฉลาก
เพื่อให้สามารถควบคุมคุณภาพและตรวจสอบย้อนกลับได้ น้ำปานะที่จัดเตรียมในโรงพยาบาลควรมีข้อมูลกำกับอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะกรณีที่จัดเตรียมไว้สำหรับพระสงฆ์อาพาธหลายรูป ข้อมูลที่ควรระบุ ได้แก่
ชื่อน้ำปานะ
ระบุชื่อที่ตรงกับสิ่งที่บรรจุจริง
วัตถุดิบหลัก
ระบุวัตถุดิบที่ใช้เป็นหลักในการเตรียม
วันที่และเวลาที่จัดเตรียม
ใช้ตรวจสอบระยะเวลาการเก็บรักษา
วันและเวลาที่ควรบริโภค
สอดคล้องกับหลักยามกาลิกและความปลอดภัยอาหาร
วิธีการเก็บรักษา
ระบุอุณหภูมิและเงื่อนไขการเก็บ
ชื่อหรือรหัสผู้จัดเตรียม
ใช้ตรวจสอบย้อนกลับเมื่อเกิดปัญหา
ข้อมูลสำคัญด้านสุขภาพ
หากเป็นน้ำปานะเฉพาะโรค ควรติดฉลากกำกับให้ชัดเจน
ฉลากดังกล่าวช่วยให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้เมื่อเกิดปัญหา และช่วยลดความเสี่ยงจากการนำเครื่องดื่มผิดชนิดไปถวายพระสงฆ์อาพาธ ดังนั้น น้ำปานะที่เตรียมในโรงพยาบาลควรจัดเตรียมในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการ และไม่ควรเก็บรักษานานเกินความจำเป็น
การเตรียมน้ำปานะเฉพาะโรคสำหรับพระสงฆ์อาพาธในโรงพยาบาล
สำหรับพระสงฆ์อาพาธ การเตรียมน้ำปานะควรคำนึงถึงข้อจำกัดเฉพาะรายร่วมด้วย โดยเฉพาะพระสงฆ์ที่มีโรคประจำตัวหรือมีแผนการรักษาที่เกี่ยวข้องกับอาหารและน้ำ
ก่อนจัดเตรียมควรตรวจสอบ โรคประจำตัว การแพ้อาหารหรือแพ้ส่วนประกอบ การจำกัดน้ำ การจำกัดน้ำตาล การจำกัดพลังงาน ภาวะกลืนลำบาก แผนโภชนบำบัด และข้อจำกัดจากการรักษาหรือยา การจัดน้ำปานะจึงควรดำเนินการร่วมกันระหว่างแพทย์ พยาบาล และนักกำหนดอาหาร เพื่อให้เกิดความเหมาะสมของแต่ละกรณี
๖.๑การจัดเตรียมน้ำปานะสำหรับพระสงฆ์ที่มีโรคเบาหวาน
พระสงฆ์อาพาธที่เป็นโรคเบาหวานควรได้รับการควบคุมปริมาณน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตให้เหมาะสมกับแผนการรักษา การเลือกน้ำปานะจึงควรหลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาลหรือสารให้ความหวานในปริมาณสูงโดยไม่จำเป็น ควรเลือกน้ำปานะที่มีรสหวานตามธรรมชาติ และพิจารณาปริมาณที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ควรประสานนักกำหนดอาหารหรือทีมรักษาเมื่อผู้ป่วยมีข้อจำกัดทางโภชนาการ หลักการดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางโภชนบำบัดสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ให้ความสำคัญกับการควบคุมพลังงานและองค์ประกอบของอาหารให้เหมาะสมกับภาวะสุขภาพของผู้ป่วย (กรมอนามัย, ๒๕๖๗)
๖.๒การจัดเตรียมน้ำปานะสำหรับพระสงฆ์ที่มีโรคไต
พระสงฆ์ที่อาพาธด้วยโรคไตอาจมีข้อจำกัดด้านปริมาณน้ำ โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส หรือสารอาหารบางประเภท ทั้งนี้ขึ้นกับระยะของโรคและแผนการรักษา ดังนั้น ไม่ควรกำหนดน้ำปานะชนิดใดชนิดหนึ่งว่าเหมาะสมกับพระสงฆ์โรคไตทุกรูป แต่ควรประเมินเป็นรายบุคคล โดยพิจารณาผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ภาวะน้ำเกินหรือขาดน้ำ และคำแนะนำจากแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร
๖.๓การจัดเตรียมน้ำปานะสำหรับพระสงฆ์ที่มีภาวะกลืนลำบาก
พระสงฆ์อาพาธบางรายอาจมีภาวะกลืนลำบากจากโรคทางระบบประสาท โรคหลอดเลือดสมอง หรือภาวะอื่น การให้น้ำหรือเครื่องดื่มแก่พระสงฆ์อาพาธกลุ่มนี้ควรได้รับการประเมินความสามารถในการกลืนก่อน หากมีการกำหนดระดับความข้นของเครื่องดื่มโดยทีมรักษาหรือนักแก้ไขการพูดและการกลืน ควรปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวอย่างเคร่งครัด และไม่ควรปรับความข้นของน้ำปานะเองโดยไม่มีคำแนะนำจากบุคลากรผู้รับผิดชอบ
๖.๔น้ำปานะสำหรับพระสงฆ์สูงอายุ
พระสงฆ์สูงอายุอาจมีการเปลี่ยนแปลงด้านความอยากอาหาร การรับรู้รสชาติ ความสามารถในการเคี้ยวและกลืน รวมถึงมีโรคประจำตัวและการใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อภาวะโภชนาการและสมดุลของน้ำในร่างกาย ดังนั้น การจัดน้ำปานะควรพิจารณาความสามารถในการดื่มและกลืน ปริมาณพลังงานและน้ำ โรคประจำตัว การใช้ยา ตลอดจนความเสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหารและภาวะขาดน้ำ ควรเลือกน้ำปานะที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย และเหมาะสมกับสภาพร่างกายของพระสงฆ์แต่ละรูป โดยประเมินเป็นรายบุคคลและสอดคล้องกับแผนการดูแลรักษา
๖.๕น้ำปานะในผู้ป่วยที่จำกัดปริมาณน้ำ
พระสงฆ์อาพาธบางรายอาจได้รับคำสั่งจำกัดปริมาณน้ำ เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว โรคไตบางระยะ หรือภาวะที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำเกิน ในกรณีดังกล่าว น้ำปานะถือเป็นส่วนหนึ่งของปริมาณของเหลวที่ผู้ป่วยได้รับ จึงควรนับรวมปริมาณน้ำปานะไว้ในปริมาณน้ำทั้งหมดตามแผนการรักษา และควรจัดให้สอดคล้องกับปริมาณที่แพทย์กำหนด ไม่ควรให้พระสงฆ์อาพาธฉันน้ำปานะเพิ่มเติมโดยไม่ได้ประเมินหรือปรึกษาทีมรักษา ทั้งนี้ ควรมีการบันทึกปริมาณน้ำปานะที่ถวายเพื่อช่วยในการควบคุมสมดุลของน้ำและติดตามภาวะสุขภาพของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง
๖.๖หลักการเลือกน้ำปานะตามภาวะสุขภาพ
| ภาวะสุขภาพ | ประเด็นที่ควรพิจารณา | แนวทางเบื้องต้น |
|---|---|---|
| เบาหวาน | น้ำตาล / คาร์โบไฮเดรต | ไม่เติมน้ำตาลเพิ่มและควบคุมปริมาณ |
| โรคไต | น้ำ โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส | ประเมินตามระยะโรคและแผนโภชนบำบัด |
| หัวใจล้มเหลว | ปริมาณน้ำ / โซเดียม | ปฏิบัติตามแผนจำกัดน้ำ |
| ความดันโลหิตสูง | โซเดียม | หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่เติมเกลือ / โซเดียมสูง |
| กลืนลำบาก | ความข้น / ความปลอดภัยในการกลืน | จัดตามระดับที่ทีมรักษากำหนด |
| ผู้สูงอายุ | การกลืน / โภชนาการ | ประเมินรายบุคคล |
| ผู้ป่วยหลายโรคร่วม | หลายปัจจัย | ประสานทีมสหวิชาชีพ |
| แพ้อาหาร | ส่วนประกอบ | ตรวจสอบวัตถุดิบและฉลาก |
๖.๗ การตรวจสอบก่อนถวาย
ก่อนนำน้ำปานะถวายพระสงฆ์อาพาธ ควรมีการตรวจสอบอย่างเป็นระบบอย่างน้อย ๓ ด้าน ได้แก่ ด้านพระธรรมวินัย ด้านสุขภาพ และด้านความปลอดภัยอาหาร เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำปานะที่จัดเตรียมมีความถูกต้อง เหมาะสมกับผู้ป่วย และปลอดภัยต่อการบริโภค โดยการตรวจสอบควรดำเนินการก่อนถวายทุกครั้ง
พระธรรมวินัย
หากเป็นรายการที่มีข้อสงสัยหรือไม่สามารถจำแนกได้อย่างชัดเจน ให้หารือผู้รู้ทางพระวินัยก่อนถวาย
สุขภาพ
ความปลอดภัยอาหาร
บทสรุปการจัดเตรียมและเก็บรักษา
การจัดเตรียมและเก็บรักษาน้ำปานะสำหรับพระสงฆ์ โดยเฉพาะพระสงฆ์อาพาธในโรงพยาบาล จำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและบูรณาการองค์ความรู้หลายด้าน ได้แก่ พระธรรมวินัย โภชนาการ ความปลอดภัยอาหาร และการดูแลผู้ป่วย การจัดเตรียมควรเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การตรวจสอบตามพระธรรมวินัย การเตรียมและคั้น การบรรจุ การติดฉลาก การเก็บรักษา และการตรวจสอบก่อนถวาย ทั้งนี้ควรมีระบบบันทึกและตรวจสอบคุณภาพเพื่อให้สามารถติดตามย้อนกลับได้หากเกิดปัญหา
สำหรับพระสงฆ์อาพาธ ควรพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายบุคคล โดยประสานทีมสหวิชาชีพตามความจำเป็น เพื่อให้การถวายน้ำปานะเป็นส่วนหนึ่งของระบบการดูแลสุขภาพที่เคารพต่อสมณเพศและสอดคล้องกับพระธรรมวินัย ทั้งนี้ ควรกำหนดผู้รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอนอย่างชัดเจน และจัดทำเป็น Standard Operating Procedure (SOP) ของหน่วยงาน
เอกสารอ้างอิง
- กรมอนามัย, กระทรวงสาธารณสุข. (๒๕๖๗). แนวทางการให้คำแนะนำโภชนบำบัดในผู้ป่วยเบาหวาน.
- กรมอนามัย, กระทรวงสาธารณสุข. (๒๕๖๗). แนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่: การจัดการอบรมผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร. สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ.
- กรมอนามัย, กระทรวงสาธารณสุข. (๒๕๖๖). คู่มือหลักสูตรการสุขาภิบาลอาหารสำหรับผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร. สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ.
- กรมอนามัย, กระทรวงสาธารณสุข. (๒๕๖๒). วิธีการทางสุขาภิบาลอาหารในการควบคุมอาหารให้สะอาดปลอดภัย ๕ ปัจจัย. สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ.
- มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (๒๕๓๙). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
- มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (๒๕๓๙). พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๕: เภสัชชขันธกะ. โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
- มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (๒๕๓๙). อรรถกถาพระวินัยปิฎก มหาวรรค ภาค ๒: เภสัชชขันธกะ. โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
- พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (๒๕๕๑). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ (พิมพ์ครั้งที่ ๑๑). เอส. อาร์. พริ้นติ้ง แมส โปรดักส์.
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (ม.ป.ป.). แนวทางเกี่ยวกับการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์อาหารและน้ำผลไม้พาสเจอร์ไรส์.
- พระไตรปิฎกเล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎกเล่มที่ ๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มหาวรรค ภาค ๒ หน้า ๑๘๒. เกณิยชฏิลวัตถุ ว่าด้วยเกณิยชฎิลถวายน้ำอัฏฐบาน.